การทำงานในฐานะผู้ช่วยพยาบาลไทยในโรงพยาบาลญี่ปุ่นถือเป็นประสบการณ์ที่มีทั้งความท้าทายและความประทับใจ ข้าวฟ่างได้พบว่าไม่เพียงแค่การดูแลผู้ป่วยเท่านั้นที่สำคัญ แต่การใช้ชีวิตในประเทศที่มีวัฒนธรรมแตกต่างและมีระบบการทำงานที่เป็นเอกลักษณ์ก็เป็นบทเรียนชีวิตที่มีค่าอย่างมากเลยค่ะ
สิ่งแรกที่ข้าวฟ่างรู้สึกถึงคือการทำงานที่เน้นระเบียบและความเป็นทีมของคนญี่ปุ่น ญี่ปุ่นมีวัฒนธรรมการทำงานที่จริงจัง ใส่ใจในทุกขั้นตอน ทำให้การทำงานร่วมกันราบรื่น นอกจากนี้การตรงต่อเวลาเป็นสิ่งที่ทุกคนให้ความสำคัญมาก และทุกครั้งที่ทำงานในทีม เราจะมีการประชุมสั้นๆ ก่อนเริ่มงาน เพื่ออัปเดตข้อมูลของผู้ป่วย ซึ่งทำให้ทีมงานทุกคนรู้สถานะของแต่ละเคส ทำให้การดูแลผู้ป่วยเป็นไปอย่างราบรื่นและไม่มีข้อผิดพลาดค่ะ
การดูแลผู้ป่วยในญี่ปุ่นมีการเน้นให้ใส่ใจในรายละเอียดที่สูงมาก เช่น การให้ความสำคัญกับการปรับสภาพแวดล้อมรอบข้างของผู้ป่วยเพื่อความสะดวกสบาย การติดตามอาการและรายงานการเปลี่ยนแปลงทุกอย่าง ซึ่งข้าวฟ่างมองว่าเป็นเรื่องที่ดีมาก เพราะทำให้เราได้เรียนรู้วิธีการทำงานที่เน้นความละเอียดลึกซึ้งในทุกๆ ขั้นตอน อีกสิ่งหนึ่งที่ญี่ปุ่นให้ความสำคัญคือการใช้เทคโนโลยีเพื่อช่วยให้การดูแลผู้ป่วยมีประสิทธิภาพมากขึ้น เช่น การใช้ระบบคอมพิวเตอร์สำหรับบันทึกข้อมูลและการติดตามอาการของผู้ป่วย การใช้เครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์เพื่อช่วยให้การเคลื่อนย้ายผู้ป่วยสะดวกและปลอดภัยยิ่งขึ้น เทคโนโลยีเหล่านี้ช่วยลดโอกาสในการเกิดอุบัติเหตุและทำให้เราสามารถให้การดูแลที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นค่ะ
นอกจากการทำงานในโรงพยาบาลแล้ว ข้าวฟ่างยังได้มีโอกาสใช้ชีวิตและสำรวจวัฒนธรรมของญี่ปุ่นนอกเวลางานอีกด้วย ที่นี่มีสถานที่ท่องเที่ยวและกิจกรรมต่างๆ มากมายที่เปิดโอกาสให้เราได้ทำความรู้จักกับวัฒนธรรมและวิถีชีวิตของคนญี่ปุ่น ไม่ว่าจะเป็นการไปชมวัด ศาลเจ้า หรือการลองอาหารท้องถิ่นที่มีความหลากหลาย ข้าวฟ่างได้เรียนรู้ว่าคนญี่ปุ่นมีการรักษาขนบธรรมเนียมดั้งเดิมไว้พร้อมกับการนำเทคโนโลยีมาใช้ ทำให้ประเทศนี้มีความสมดุลที่น่าชื่นชม การใช้ชีวิตในต่างแดนยังสอนให้ข้าวฟ่างรู้จักการปรับตัว การดูแลตัวเอง และการให้กำลังใจตัวเองในวันที่เหนื่อยล้า การหาความสุขเล็กๆ เช่น การได้ลองอาหารใหม่ๆ หรือการได้เดินเล่นในสวนสาธารณะหลังเลิกงาน ถือเป็นการให้รางวัลแก่ตัวเองที่ช่วยให้มีพลังในการทำงานในวันต่อไปค่ะ
การทำงานในโรงพยาบาลญี่ปุ่นเป็นประสบการณ์ที่เต็มไปด้วยการเรียนรู้ ทั้งในเรื่องของการพัฒนาทักษะวิชาชีพ การใช้เทคโนโลยีในงานพยาบาล และการปรับตัวเข้ากับวัฒนธรรมที่เข้มงวด ทำให้ข้าวฟ่างรู้สึกมั่นใจมากขึ้นในหน้าที่ของตนเองและเข้าใจถึงความสำคัญของการใส่ใจรายละเอียดในการดูแลผู้ป่วย ข้าวฟ่างเชื่อว่าการทำงานในญี่ปุ่นเป็นการเตรียมพร้อมให้เรากลับไปใช้ประสบการณ์นี้เพื่อพัฒนาการดูแลผู้ป่วยในประเทศไทย ทั้งในเรื่องของการรักษามาตรฐานและการดูแลที่ใส่ใจอย่างแท้จริง หวังว่าใครที่มีโอกาสได้มาทำงานต่างแดนจะได้พบกับประสบการณ์ที่เติมเต็มและเป็นแรงบันดาลใจในการทำงานเหมือนข้าวฟ่างค่ะ